ทุกวันนี้สังเกตุตัวเองได้ว่างานอีเว้นท์ของ Apple กลายเป็นเหมือนพิธีกรรมอะไรบางอย่าง เป็นสิ่งที่คุ้นเคยท่ามกลางชีวิตที่ยุ่งเหยิง ที่ทำให้เราได้มีพื้นที่สักปีละสองครั้ง ครั้งละสองชั่วโมง ได้นั่งดูโชว์แสดงความฝันและความสวยงามของเทคโนโลยี

 

นี่คงเป็นเหตุผลที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเวลา Apple ไม่ออกอะไรใหม่ที่มันตื่นตาตื่นใจ มันทำให้กองเชียร์และกองแช่งออกอาการโวยวายว่า “หมดยุค Apple” แล้วในทันที เพราะ Apple เป็นแบรนด์ที่สร้างประสบการณ์และผูกพันความรู้สึกของคนที่ติดตามไว้อย่างรุนแรงมาตลอด

 

สิ่งที่เราคาดหวังจากอีเว้นท์ของแอปเปิ้ลคือโชว์ของเทคโนโลยีที่สวยงาม สิ่งใหม่ๆที่ทำให้เรารู้สึกทั้งคำว่า “เฮ้ยย เจ๋งว่ะ” กับ “เอออออ ว่ะ” ไปพร้อมๆกัน

 

การออกแบบที่ทำให้เราตั้งคำถามว่าทำไมสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีอยู่บนโลกมาก่อนหน้านี้มานานแล้ว

 

สิ่งที่ Steve Jobs เคยพูดไว้ว่าเป็นจุดร่วมกันระหว่างเทคโนโลยีและศิลปศาสตร์

 

แต่หลังจากที่ศาสดาเริ่มป่วยและจากเราไป เราก็ไม่ค่อยได้เห็นโชว์ที่ประทับใจ จนกระทั้งในปี 2014 นี้จาก WWDC มาจนถึงงาน Apple Special Event นี้ การแสดงเขาทำให้เรารู้สึกว่างานของ Apple กลับมาทำให้เรามีความรู้สึกเหมือนกำลังดูอะไรสนุกๆอยู่อีกครั้ง

 

การลำดับเรื่องราวในการเล่า เว็บที่รวม feed เหตุการณ์สดๆจากเหล่าคนมีชื่อเสียงในหลากหลายวงการ วิดีโอประกอบที่สร้างและดึงภาพลักษณ์แบรนด์ไปในทางใหม่ๆ และสินค้าเทคโนโลยีที่ทำให้เราคิดตาม การนำเสนอการเชื่อมต่อระหว่างเทคโนโลยีและการใช้ชีวิต ศิลปะและดนตรี มันเป็นเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นและอยากมีส่วนร่วมด้วยใหม่อีกครั้ง

 

ทั้งที่หากเราใช้เหตุผลคิดไตร่ตรองแล้ว สิ่งที่ Apple ทำหลายๆเรื่องก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ และเรื่องหลายๆเรื่องเอาจริงๆเราก็ไม่รู้ว่ามันเอามาใช้จริงแล้วจะดีไหม มีความไม่จำเป็นหรือความไม่เหมาะสมในการใช้งานจริงมากเกินไปหรือไม่ หรือพูดตรงๆว่าดูไม่ใช่ของจำเป็น หรือ make sense เสียเลย…แต่ในช่วงเวลาที่ดูอยู่ สิ่งเหล่านั้นบางทีก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เมื่อสิ่งที่เราต้องการไม่ใช่เหตุผล แต่เป็นเรื่องของอารมณ์

 

เสน่ห์และสิ่งสำคัญของงานโชว์หรือการแสดงที่ดี บางทีไม่ใช่เรื่องของเนื้อหาที่อยู่ในนั้น แต่เป็นเรื่องของความรู้สึกที่สามารถสร้างไว้ให้กับคนดู

 

เหมือนกับการฟังสุนทรพจน์หรือการพูดที่สะกดให้เราอยู่ในภวังค์ เกิดกำลังใจ ความเชื่อมั่น หรือการเร้าอารมณ์อะไรบางอย่างให้เรารู้สึกอยากขับเคลื่อนไปในทางใดทางหนึ่ง

 

เมื่อเวลาผ่านไป บางทีเราจำไม่ได้หรอก ว่าสิ่งที่ฟังไปนั้นมีเรื่องอะไรบ้าง

 

แต่สิ่งที่เหลืออยู่ คืออารมณ์

 

ผมเรียนรู้ที่จะมองงานอีเว้นท์ของ Apple ให้เป็นเหมือนภาพยนตร์ Sci-Fi
เป็นภาพยนตร์ที่พยายามชวนให้เราฝันถึงความเป็นไปได้ในอนาคต
กับวิวัฒนาการที่ตระการตา และภาพความเป็นไปได้ที่สวยงาม
ตามกฏเกณฑ์และเรื่องราวที่ภาพยนตร์เรื่องนั้นได้ตั้งเงื่อนไขเอาไว้ด้วยตัวเอง

 

ดังนั้นสำหรับช่วงเวลาสองชั่วโมงนั้น สิ่งที่นำเสนอไว้ พอทำขึ้นจริงแล้วมันจะดีจริงหรือไม่
มันกลายเป็นแค่เรื่องของความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า

 

แต่ความฝันในสิ่งที่อาจเป็นไปได้ในวันข้างหน้า…
กลายเป็นสิ่งที่สามารถรู้สึกได้ในปัจจุบัน

 


คะแนนรีวิว: 8/10
ภาพยนตร์เรื่อง: Apple Special Event (2014)
กำกับโดย: ทีมการตลาดบริษัท Apple, Inc.
นำแสดงโดย: Tim Cook, Phil Schiller, Eddy Cue, Kevin Lynch
พร้อมดารารับเชิญ: เสียงของ Jonny Ive, Bono, U2, Super Evil Megacorp
http://www.apple.com/live/2014-sept-event/

 

 

About lertad

เลอทัด ศุภดิลก ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานบริหารจัดการบริษัท Sellsuki จำกัด และกรรมการบริษัท Flyingcomma จำกัด