ศัพท์สำคัญในโลกสมาร์ทโฟนและแอพมือถือ ตอน 2 (Smartphones & Mobile Apps 2)

PIN

ตลาดสมาร์ทโฟนนับวันยิ่งคึกคัก ตอกย้ำความสำคัญของมือถือในชีวิตประจำวันของเรา โดยทางค่ายมือถือยักษ์ใหญ่สามค่ายก็ต่างเริ่มทยอยออกขายโทรศัพท์มือถือ 3G & 4G ในราคาต่ำกว่า 7,000 บาท พร้อมผุดโครงการสนับสนุนบรรดาบริษัทรายย่อยและนักพัฒนาหรือที่เรียกกันในวงการว่า “startups”  ให้สร้าง mobile app ให้ประสบผลสำเร็จในเชิงธุรกิจกันอย่างคึกคัก เพราะต่างคนต่างมองเห็นว่าโทรศัพท์มือถือจะกลายเป็นเครื่องมืออุปกรณ์สื่อสารหลักที่คนใช้มากที่สุดในชีวิตประจำวัน จึงจะมีความสำคัญยิ่งกว่าคอมพิวเตอร์

 

ในเมื่อโทรศัพท์สมาร์ทโฟนมีความสำคัญเช่นนี้แล้ว ผมจึงขอถือโอกาสอาสาช่วยปูพื้นฐานศัพท์เทคนิคสำคัญๆที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจในโลก mobile นี้ต่อจากฉบับที่แล้วเลยนะครับ

 

Web Apps – คำว่า “Web Apps” คงจะแปลตรงตัวได้ว่า “แอพพลิเคชันบนเว็บไซท์” เพราะจริงๆแล้วในแง่ของผู้ใช้นั้น “Web App” มันก็คือ “Website” ดีๆนี่เอง เพราะวิธีการเข้าไปใช้มันก็เป็นวิธีเดียวกับวิธีการเข้าเว็บไซท์ทั่วๆไปที่เราคุ้นเคย ทั้งนี้ทั้งนั้น เหตุผลที่คำว่า “Web App” กำเนิดขึ้นมาก็เพราะว่าเว็บไซท์จำพวกนี้นั้นมักจะมีหน้าตาและลักษณะการทำงานที่คล้ายกับโปรแกรมในคอมพิวเตอร์หรือมือถือมากกว่าที่จะเป็นเว็บไซท์ที่เน้นเนื้อหาตามที่เราคุ้นเคย ยกตัวอย่างเช่น หากเราเข้าไปในเว็บ http://pixlr.com/editor แล้ว จะค้นพบ “Web App” ที่มีหน้าตาและความสามารถคล้ายคลึงกับ Adobe Photoshop เป็นอย่างมาก ซึ่งหากเรามองผ่านๆโดยไม่ทราบว่าเรากำลังเปิดเว็บไซท์อยู่แล้วนั้น คงจะคิดว่ามันเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดีๆนี่เอง

 

ข้อดีของ Web App ที่มีเหนือกว่า App หรือโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ก็คือ เราสามารถเข้าไปใช้มันผ่านคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือ tablet ได้หลายประเภทโดยไม่ต้องลงโปรแกรมพิเศษใดๆ เพียงใช้เว็บเบราเซอร์บนอุปกรณ์ของท่าน (เช่น Chrome, Internet Explorer, Firefox, และ Safari) แต่ก็จะมีข้อเสียบเปรียบตรงที่คนมักจะคุ้นเคยกับการเปิด App เพื่อใช้งานมากกว่า บวกกับความเร็วในการทำงานที่จะน้อยกว่าการทำ App บนมือถือโดยตรงเลยนั่นเอง

 

GPS / Location services – ผู้อ่านหลายๆท่านอาจจะรู้จักหรือคุ้นเคยกับคำว่า “GPS” หรือ “Global Positioning System” ที่สร้างชื่อเสียงมาจากการเป็นอุปกรณ์บอกเส้นทางในรถยนตร์กันอยู่แล้ว แต่จริงๆแล้วคำว่า “GPS” นั้นเป็นหมายถึงแค่ตัว “chip” หรือ “ชิ้นส่วน” ที่ฝังอยู่ในอุปกรณ์นำทางเหล่านั้นเพื่อใช้ในการระบุตำแหน่งของตัวอุปกรณ์เท่านั้นเอง ซึ่งในปัจจุบันตัว GPS นั้นมีขนาดที่เล็กและราคาที่ถูกมาก จนโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ทุกเครื่องที่มีอยู่ในท้องตลาดนั้นล้วนแล้วแต่จะมีตัว GPS เป็นของตนเอง พร้อมกับ App แผนที่ที่สามารถใช้ในการบอกเส้นทางและตำแหน่งที่อยู่ในปัจจุบันของแต่ละคนได้ สามารถทำงานได้ทุกสภาพอากาศ ซึ่งการที่เราสามารถระบุที่อยู่ของผู้ใช้ผ่านสมาร์ทโฟนด้วย GPS นี้ได้นั้น ทำให้เกิดพฤติกรรมใหม่ๆจาก “location-based apps” ที่น่าสนใจหลายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนซึ่งเราคงจะพอมีโอกาสพูดถึงได้บางอย่างในที่นี้

 

Check-In – หนึ่งในพฤติกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นจากการมีของ GPS ในสมาร์ทโฟนอย่างแพร่หลายนั้นก็คือการ “Check-In” ที่ใช้บ่งบอกว่าเรา “อยู่ที่ตรงนี้” โดยคำว่า Check-In นี้ได้กำเนิดมาจากเวลาเรา Check-In ที่โรงแรมหรือท่าอากาศยานเพื่อบ่งบอกว่าเราได้มาถึงจริงๆแล้วนั่นเอง ซึ่งพฤติกรรม Check-In นี้เริ่มฮิตได้จาก App “Foursquare” ที่ใช้การเก็บแต้มและให้รางวัลมาเป็นแรงจูงใจให้คนป่าวประกาศว่าเขา “อยู่ที่ไหน” ให้เพื่อนๆได้เห็น ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ร้านค้า หรือบ้านตัวเอง ซึ่งใคร Check-In ที่ไหนบ่อย คนนั้นก็จะได้เลื่อนขั้นเป็น “Mayor” หรือ “นายกเทศมนตรี” ของที่นั้นๆ ซึ่งต่อมาเหล่าบรรดา social network ต่างๆก็ได้นำกลไกการ Check-In นี้ไปใช้ โดยเราคนไทยเองก็คงจะคุ้นเคยกับการ Check-In ใน Facebook ที่เรามักจะใช้บอกว่าเราได้มากินข้าวหรือไปเที่ยวที่ไหนกับเพื่อนๆคนใดบ้างนั่นเอง

ในแง่ของการตลาดหรือธุรกิจนั้น การ Check-In น่าสนใจตรงที่เราสามารถรู้ได้ว่าใครเป็นลูกค้าประจำของเรา บวกกับการที่เวลามีใคร Check-In ในร้านของเราแล้ว เพื่อนๆของคนที่ Check-In นั้นจะเห็นกันทุกคน จึงเป็นเหมือนโฆษณาฟรีที่มีผลมาก เพราะเพื่อนของคน Check-In นั้นจะเห็นว่าเขามีเพื่อนของตนเองได้ไปร้านของเราจริงๆ พร้อมกับสามารถสอบถามข้อดีข้อเสียของร้านเราได้จากเพื่อนเหล่านั้น

 

Gamification –  “Gamification” นั้นเป็นกลไกที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันในธุรกิจดิจิตอล โดยมันหมายถึง “การใส่ความเป็นเกม” ให้กับสิ่งที่เราทำอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร การเรียน หรือการใช้ App ใหม่ๆ โดย “ความเป็นเกม” ที่ว่านี้ส่วนใหญ่ก็จะหมายถึงการให้แต้ม ให้รางวัลในรูปแบบของเหรียญ (badges) หรือการเรียงลำดับผู้นำผู้ตาม (leaderboard) หรือแม้กระทั่งการสร้างกลไกให้คนมาลงแต้มหรือพนันว่าอะไรจะเกิดขึ้นไม่เกิดขึ้น ทำให้เราสามารถเห็นความคิดของคนหมู่มากหรือกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการได้ง่ายขึ้น หรือทำให้การเรียนรู้อะไรใหม่ๆ หรือทำอะไรที่เราอยากให้เขาทำรู้สึกสนุกขึ้น เป็นต้น

 

Jailbreak – การ “Jailbreak” หรือ “แหกคุก” นั้นหมายถึงการ “hack” เครื่อง iPhone, iPad, หรือ iPod ให้สามารถทำงานได้มากขึ้น โดยเป็นการปลดข้อจำกัดทางเทคนิคที่ Apple ได้วางไว้เพื่อป้องกันไม่ให้คนมายุ่งกับระบบของผลิตภัณฑ์ของตนเอง โดยคนส่วนใหญ่มักจะทำเพื่อให้สามารถโหลด App ฟรีได้ เพราะ iPhone ที่ผ่านการ Jailbreak นั้นจะสามารถโหลด App จากที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องผ่าน App Store ซึ่งมีทั้ง App อะไรน่าสนใจที่ทำให้ iPhone มีความสามารถมากขึ้น คล้ายๆกับระบบ Android ที่ยอมให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนการทำงานได้แทบทุกอย่าง แต่จริงๆแล้วคนส่วนใหญ่ก็ทำการ Jailbreak เพื่อโหลดเกมมาเล่นได้ฟรีๆ ซึ่งการ Jailbreak นี้ จะทำให้สินค้าหมดประกันจากทาง Apple ดังนั้นหากตัวเครื่องมีการทำงานผิดปกติ (ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเนื่องจากโทรศัพท์ที่ถูกปลกล๊อคด้วยวิธีนี้จะไม่สามารถรับการอัพเกรดใหม่ๆจาก Apple ได้) ทาง Apple ก็จะไม่รับซ่อมให้ครับ

 

Push Notifications – หากคุณเคยใช้สมาร์ทโฟน คุณคงจะเคยเห็นข้อความ “เด้ง” แจ้งขึ้นมาเวลามีอะไรเกิดขึ้นจาก App ใด App หนึ่ง เช่น มีข้อความ SMS มาหาขึ้น หรือมีคนมาทักคุณใน Facebook ซึ่งข้อความเหล่านี้เรียกว่า “Push Notifications” เพราะมันหมายถึง “Notifications” (ข้อความแจ้ง) ที่ถูก “Push” (ผลัก) ไปรบกวนผู้ใช้ ไม่ใช่เป็นการแจ้งที่ผู้ใช้จะต้องเปิดเข้า App ถึงจะเห็น จึงกลายเป็นกลไกพิเศษที่คนนิยมใช้เรียกความสนใจจากผู้ใช้ แต่หากมีมากไปก็จะสร้างความรำคาญจนผู้ใช้ทำการลบ App ออกจากเครื่องไปก็เป็นได้

 

Streaming/On Demand – สำหรับคนไทยที่อยู่กับอินเทอร์เน็ตช้าๆ พึ่งจะมี 3G ในประเทศนั้น เราจะคุ้นเคยกับการ “download” file ลงมาเปิดในเครื่อง เช่น โหลดเพลง โหลดไฟลล์ word หรือโหลดภาพยนตร์ แต่ในปัจจุบันที่ความเร็วของอินเทอร์เน็ตไ้รับการพัฒนา จึงได้เกิดรูปแบบธุรกิจที่ทำให้เราสามารถดูอะไรได้ “ทันที” หรือ “On Demand” นั่นเอง หรือพูดง่ายๆก็คือ แทนที่เราจะต้องรอให้ไฟลล์โหลดเสร็จจึงจะใช้ได้นั้น เราสามารถ “โหลดไปเล่นไป” ได้เลย หรือที่เรียกว่า “Streaming” หรือ “การไหล” ซึ่งยกตัวอย่างง่ายๆก็คงจะเป็น YouTube ซึ่งเป็นบริการแรกๆที่คนไทยใช้ที่สามารถเปิดปุ๊ป ดูปั๊ป ไม่ต้องรอโหลดมาใส่บนเครื่องก่อน

 

การมีอยู่ของ Streaming นี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการเสพข้อมูลข่าวสารและบันเทิงเป็นอย่างมาก เพราะทำให้เราสามารถชมได้ทันที ซึ่งส่งผลในแง่ธุรกิจอย่างน่าสนใจตรงที่ผู้ใช้ “ไม่จำเป็น” ต้องถือครอบครองไฟลล์อีกต่อไปแล้ว (หรือพูดอีกอย่างก็คือ “มีไม่ได้”) ทำให้อำนาจในการจัดจำหน่ายและเปิดข้อมูลให้ผู้บริโภคนั้นกลับมาอยู่ที่ “ผู้จำหน่าย content” แทน “ผู้บริโภค” นั่นเอง จึงเกิดเป็นรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ เช่น ระบบ “subscription” ของ deezer ที่ dtac ทุ่มโปรโมท ซึ่งเป็นบริการการฟังเพลงที่ต้องจ่ายรายเดือนจึงจะฟังเพลงได้ แต่มีเพลงจำนวนมาก และฟังได้ไม่จำกัด ซึ่งจะเห็นได้ว่ามันยังเป็นวิธีป้องกันการขโมยและแพร่หลายเพลงในแบบเดิมๆไปในตัวอีกด้วย

 

Stickers – “Sticker” หรือ “สติ๊กเกอร์” นี้ได้ถูกแพร่หลายมาจากโปรแกรมแชท “Line” ที่นำรูปภาพน่ารักๆมาให้คนสามารถส่งถึงกันได้แทนการพิมพ์ข้อความหรือรูปยิ้ม  emoticon (เช่น “:)”) จนทำให้ App นี้แพร่หลายเป็นอย่างมาก ซึ่งน่าสนใจตรงที่ Sticker ที่ใช้ส่งนั้นไม่ได้สามารถโหลดมาใช้ได้ฟรีๆ ต้องจ่ายตังโดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ชุดละ 60 บาท แต่ก็สามารถขายได้ดี โดยมีแบรนด์ดังหลายแบรนด์ได้ทำ Sticker แจกให้คนโหลดฟรีเพื่อเป็นการโปรโมทแบรนด์ของตนเองผ่านการพูดคุยระหว่างกันของผู้ใช้ทั่วไปอีกด้วย

 

Augmented Reality / AR – “AR” หรือ “Augmented Reality” นี้คือพัฒนาการของ QR Code ที่แทนที่จะเป็นการอ่านข้อมูลจากรูปภาพเพื่อนำไปสู่เว็บไซท์หรือการอ่านข้อความแอบแฝง แต่เป็นการ “สร้างภาพสามมิติ” ซ้อนลงไปในโลกจริง เช่น ที่ SCG Design Center นั้นได้ทำการเปิดให้มีการปริ้นท์สติ๊กเกอร์ AR ลงในกระดาษเพื่อให้นำไปวางในที่ต่างๆในห้องหรือบ้านของเรา โดยเมื่อเรานำมือถือของเราไปส่อง ก็จะเห็นเฟอร์นิเจอร์สามมิติผลุดขึ้นมาอยู่ในบ้านเราจากสติ๊กเกอร์ที่วางไว้ ทำให้สามารถเห็นภาพได้ว่าเฟอร์นิเจอร์ที่อยากซื้อนั้นจะมีรูปร่างหน้าตาเข้ากับบ้านของเราหรือไม่อย่างแท้จริง

 

เขียนไปเขียนมาก็หมดพื้นที่อีกแล้ว จะเห็นได้ว่าการแพร่หลายของสมาร์ทโฟนนี้ก่อให้เกิดพฤติกรรมใหม่ๆที่จะกลายเป็นโอกาสในการ “เข้าถึง” หรือ “พูดคุย” กับผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ใกล้ชิดขึ้นอย่างน่าสนใจ ซึ่งใครสนใจอยากเห็นตัวอย่างแคมเปญที่ใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ โดยเฉพาะในมุมของ “Social” และ “Location” ก็สามารถลองเซิร์ชหาคำว่า “SoLoMo” (Social, Location, Mobile) หรือติดต่อมาที่ผมได้ทุกเมื่อครับ

 

คอลัมน์นี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร S+M Magazine ฉบับ กรกฎาคม พศ. 2556 ภายใต้คอลัมน์ “A2Z”

Hi, I'm Lertad Supadhiloke

เลอทัด ศุภดิลก ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหารจัดการบริษัท Sellsuki จำกัด

http://www.lertad.com